........... ทุ่งใหญ่นเรศวร  ผืนป่ามรดกโลก .........

 

ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร  มีอดีตที่หลายคนต่างรู้จักกันดี  อันเป็นสาเหตุถึงขั้นการเปลี่ยนแปลงการปกครองของบ้านเมืองในปี พ.ศ. ๒๕๑๖  การเข้าไปท่องเที่ยวในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเมื่อ ๓๐ กว่าปี  กับในยุคปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๕๓)  แตกต่างกันมาก  เพราะมีกฎระเบียบต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดการเข้าออก  ในปัจจุบันการเที่ยวในป่าไม่ใช่เรื่องยาก  แต่ที่ยากก็คือทางราชการไม่อนุญาตให้เข้าเที่ยวในป่า  ยิ่งในปัจจุบันนี้ข้อมูลการเดินทางและอุปกรณ์เดินป่ามีพร้อมหาได้ง่าย  ผู้เขียนจึงไม่ได้พูดถึงเส้นทางการเดินป่าอย่างละเอียด  เพียงแต่ให้เห็นถึงความเปลี่ยนไปจากอดีต  เพื่อให้นักเดินป่ารุ่นหลังได้รู้จักเอาไว้บ้าง

 

     
                 
    <<<<< ซ้าย  ศาลาริมทางไปทุ่งใหญ่ ตรงทางแยกมาจากกองม่องทะ

 

 >>>>> ขวา ศาลาริมทางไปทุ่งใหญ่ตรงทางแยกมาจากบ้านกองม่องทะ

       
                 
 

ทุ่งใหญ่นเรศวร  เข้าออกได้สะดวกสบายเพราะมีทางรถยนต์ติดต่อถึงกันหมดโดยไม่ต้องเดินบุกป่าปืนเขา  ถึงแม้ว่าจะเป็นทางที่ลำบากก็ตามที  แต่ก็ดีกว่าเดินด้วยเท้ามากมายนัก  ถึงแม้ว่าจะไม่มีรถยนต์ขับขี่เข้าไป  จะอาศัยกำลังเท้าทั้งสองก็ได้รสชาติของการท่องป่าตลอดเส้นทางรถยนต์ตัดผ่านใจกลางทุ่งใหญ่ 

เส้นทางที่นิยมกันมากคือเข้าทางด้านอำเภอทองผาภูมิ  เริ่มจากหมู่บ้านคลิตี้  (บ้านทุ่งเสือโทน)  ผ่านหน่วยทินวย  ทิคอง   ซ่งไท้  แม่กะสะ  จะแก  พุจือ  ลังกา  ทิไรป้า  เกาะสะเดิ่ง  เสน่ห์พ่อง  แล้วไปออกอำเภอสังขละบุรี  รวมระยะทางคงเกือบ ๒๐๐ ก.ม.  หรือจะเข้ามาทางอำเภอสังขละบุรีก็ได้เช่นกัน  โดยเริ่มจากบ้านเสหน่ห์พ่อง  เกาะสะเดิ่ง  จนถึงหน่วยทินวย  ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยบางหน่วยและเพิ่มหน่วยขึ้นมาอีก

 

     
    <<<<< ซ้าย...ครกตำข้าวพลังน้ำที่บ้านเกาะสะเดิ่ง

 

>>>>> ขวา... หน้วยพิทักษ์ป่าเกาะสะเดิ่ง อยู่เลยหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งออกไปอีก

 

       
 

การเดินทางโดยรถยนต์ก็ดีหรือว่าเดินเท้าก็ดี  จากหน่วยทินวยไปออกหน่วยเสน่ห์พ่อง  หรือจากหน่วยเสน่ห์พ่องมาออกทางหน่วยทินวย  ถือว่าคุ้มค่าที่สุดของการเดินทางในเส้นทาง  ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวหรือเดินไม่ไหว  จะอาศัยรถบรรทุกแร่ที่หมู่บ้านคลิตี้ก็ได้  ซึ่งวิ่งเข้าออกตลอดวันในช่วงหน้าแล้ง  วิ่งขนแร่ที่พุจือออกมาส่งที่โรงงานบ้านคลิตี้  หรือจะเข้ามาทางด้านตัวอำเภออุ้มผางก็ได้  เป็นการเดินทางที่ไม่ต้องย้อนกลับทางเดิม 

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าให้ถึงป่าทุ่งใหญ่ซึ่งเป็นเขตนอกเส้นทางที่อนุญาต  ก็มีอยู่หลายแห่ง  อย่างที่ใจกลางทุ่งใหญ่บริเวณห้วยเซซาโว่  โดยเดินขึ้นไปตามห้วยเซชาโว่  จะมีน้ำตลอดทั้งปี  ในหน้าแล้งจะมีน้ำขังเป็นระยะ ๆ ตรงที่เป็นต้นน้ำ  หรือจะเดินเข้าตรงไหนก็ได้ตั้งแต่ช่วงเลยห้วยดงวี่มา  ผ่านศาลฤาษี  ห้วยเซซาโว่  แม่กะสะ  ได้ทั้งนั้น  ถ้าไปช่วงปลายฝน  ทุ่งหญ้าคงสูงถึงเอว  ควรเข้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม  เพื่อให้เจ้าหน้าที่จุดทุ่งหญ้าเสียก่อน  จะเดินได้สะดวกดี  แต่ถ้าให้ดีก็คงเป็นช่วงปลายเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม  เพราะทุ่งหญ้ากำลังแตกใบอ่อน  ฝูงกระทิง  เก้ง  กวาง  มาหากินเต็มทุ่ง

 

     
    <<<<<  ซ้าย... หน่วยฯลังกา เลยหมู่บ้านทิไรป้า ออกไป

 

>>>>>  ขวา... เหมืองแร่ร้าง ภูเขาติดแนวประเทศพม่า

       
                 
 

จะเดินไปทิศทางไหนก็แล้วแต่จะชอบ  ถ้าเดินตรงไปทิศเหนือก็จะไปติดเทือกเขากระเพรียวแดงขวางหน้า  ข้ามสันเขาไปก็จะถึงแม่น้ำแม่กลอง  ล่องแพไม่ได้เพราะมีแต่แก่งหิน  จะเดินไปทิศตะวันออกมุ่งทิศตะวันตกก็ได้ถ้ามาทางคลิตี้  หรือจากทิศตะวันตกมาทางทิศตะวันออกก็ได้  ซึ่งถ้ามาทางเสน่ห์พ่อง  แล้วเดินกลับทางรถยนต์หรือรอโบกรถกลับ  ในทุ่งใหญ่มีแต่สัตว์  ช่วงหน้าแล้งเวลากลางวันมันจะหลบอยู่ในป่าทึบ  ส่วนกระทิงส่วนมากจะหลบร้อนอยู่ตามลำห้วยหรือแหล่งน้ำ  พอเวลาบ่าย ๆ จึงเริ่มออกมาหากิน 

ทุ่งใหญ่นเรศวรกว้างใหญ่ไพศาล  ที่ใคร ๆ ไม่สามารถจะเดินเที่ยวให้ทั่วได้ภายในเวลาไม่กี่วัน  จะเดินเที่ยวทุ่งใหญ่ด้านทิศใต้ของทางรถยนต์ก็ได้  เดินทางไหนไม่ต้องกลัวหลงป่า  เพราะส่วนมากเป็นทุ่งหญ้า  และมีทางรถยนต์ตัดผ่านใจกลางทุ่งใหญ่  อย่างไรเสียถ้าเดินมุ่งหน้าขึ้นเหนือหรือลงใต้  ต้องพบทางรถยนต์แน่นอน

ท้องทุ่งกว้างสุดสายตา  มีต้นไม้ขึ้นห่างๆ   ผสมกับต้นเป้งและปรงที่แปลกตา  สัตว์ต่างที่หากินไปทั่วป่า  เพิ่มความตื่นตาตื่นใจ  มิใช่ว่าจะเป็นท้องทุ่งหญ้าเท่านั้น  ยังมีภูเขาสูงและป่าทึบสลับกันไป  แต่สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดินย้อนรอยกลับทางเดิม  ก็มีทางเดินสำหรับนักเดินทางไกลหลายเส้นทาง  อย่างเช่นเส้นทางเดินป่าจากบ้านจะแก  ไปพุจือ  เลตองคุ  ไปออกบ้านเปิ่งเคลิ่ง  อำเภออุ้มผาง  จังหวัดตาก 

หรือเส้นไปหมู่บ้านแม่จันทะ  โดยเริ่มจากหน่วยจะแก  (เลยหน่วย ฯ ไปทางบ้านจะแก  ประมาณ ๒๐๐ เมตร)  ด้านขวามือจะมีทางเดินป่าอยู่  ก็จะเดินข้ามเขาสูงชื่อ ก่องก๊อง  ลงไปผ่านบ้านตะละโค่ง  ถึงบ้านแม่จันทะ  ใช้เวลาเดินประมาณ ๕ ๖ ชั่วโมง  จากหมู่บ้านแม่จันทะ  ไปบ้านยูไนต์  หม่องกั๊วะ  ไปออกบ้านเปิ่งเคลิ่ง  อำเภออุ้มผาง  ซึ่งเป็นทางรถยนต์ระยะทางเกือบร้อยกิโลเมตร  หรือจากหมู่บ้านแม่จันทะ  จะใช้เส้นทางป่าไปอำเภออุ้มผาง  ผ่านป่าทุ่งใหญ่ที่ติดกับป่าห้วยขาแข้ง  โดยข้ามแม่น้ำแม่กลองด้านหลังโรงเรียนบ้านแม่จันทะ  ไปยังหมู่บ้านทิบาเกซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม  แล้วเดินทางป่าไปยังหน่วยกะแง่สอด  จากหน่วยนั้นไปเป็นทางรถยนต์ไป  แม่นาน้อย  บ้านปะละทะ  อำเภออุ้มผาง  หรือจากหน่วยกะแง่สอดจะไปหน่วยยู่ยี่ก็ได้  แล้วเดินทางป่าไปห้วยขาแข้งบริเวณโป่งนายสอ

 

     
    <<<<< ซ้าย ทางเดินไปหมู่บ้านแม่จันทะ โดยข้ามข้ามยอดเขาก่องก๊อง

 

>>>>>  ขวา ลำห้วยกลางทุ่งใหญ่ ยามหน้าแล้งก็ยังไหลอยู่ ชื่อว่า ห้วยหม่องดง

       
                 
    <<<<< ซ้าย ทางรถยนต์ช่วงระหว่างหน่วยฯแม่สะกะ และหน่วยฯจะแก

 

>>>>>  ขวา ดอกต้นเป้ง

 
       
 

เส้นทางต่าง ๆ นอกเหนือจากนี้มีอีกมากมาย  แล้วแต่ใครจะเลือกตามต้องการ  ยังมีผืนป่าดงดิบที่มียอดเขาไถ่ผะซึ่งสูงถึง ๑๘๑๓ เมตรจากระดับน้ำทะเล  การเดินป่าในปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย  เช่น แผ่นที่  เครื่องนำทางระบบดาวเทียม  และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อีก  จึงยากต่อการหลงป่า  แต่สิ่งที่ยากกว่าการเดินป่าในปัจจุบันคือ  การขออนุญาตเข้าป่า  ซึ่งไม่มีการอนุญาตให้เดินป่าโดยลำพังซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ไปด้วย  หรือเดินป่านอกเส้นทางที่กำหนดไว้  ถ้าเป็นการเดินระยะไกลก็ต้องมีเจ้าหน้าที่นำไป  โอกาสที่ผู้จะเดินลุยป่ากันเองตามใจนั้นหมดโอกาส  อุปกรณ์เดินป่าที่ทันสมัยไร้คุณค่าไปโดยปริยาย  ยังมีคนอีกหลายคนที่ยังต้องการเดินป่า  แต่ก็หมดหวังหมดโอกาสกับกฎระเบียบเป็นข้ออ้าง  เว้นแต่ใครมีวิธีส่วนตัวที่ดั้นด้นไปในป่าที่ตนปรารถนาได้

ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรก็เช่นกัน  มาถึงวันนี้ก็มาถึงกาลเวลาที่ปิดตัวเอง  เหมืองแร่ถูกยกเลิกสัมปทาน  ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่านป่าทุ่งใหญ่อีกต่อไป  สำหรับผู้ที่นำรถเข้าไป  ก็อนุญาตให้เข้าไปได้ครึ่งทางเท่านั้น  คือถ้าเข้ามาทางคลิตี้ก็มาถึงห้วยเซซาโว่เท่านั้น  หรือถ้าเข้ามาทางเสน่ห์พ่องก็มาถึงบ้านจะแก  จะขับมาตลอดสายโดยเข้าทางหนึ่งแล้วไปออกอีกด้านไม่ได้  ผู้ที่เข้าไปก็ได้สัมผัสเพียงได้พักค้างแรมในเต็นท์เท่านั้น  ไม่มีกิจกรรมส่องสัตว์  และดูเหมือนว่าจะไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไปอย่างที่ผ่านมา  เว้นแต่จะมีหนังสือได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้  ผืนป่าถูกปิดตายมองดูก็น่าจะดี  สัตว์ป่าจะได้อยู่สุขสบาย  จึงเป็นข้ออ้างของเจ้าหน้าที่ที่ได้ผล  นั่นเป็นความคิดของผู้ที่ไม่เคยเข้าไปสัมผัสป่าจริง ๆ  การตัดถนนผ่านป่าต่างหากที่เปลี่ยนวิถีของสัตว์แทบสิ้นเชิง  แต่มันก็น่าจะมีอะไรที่คนภายนอกไม่มีโอกาสได้รู้  เพราะเสียงปืนในป่ายังคงดังอยู่แทบทุกวัน  ยังมีคนบางกลุ่มและบางคนที่เข้าออกได้โดยไม่ต้องมีใบผ่าน  คนซื่อบริสุทธิ์ที่จะเข้าไปสัมผัสป่าก็อย่าหวังว่าจะผ่านเข้าไปได้  ถ้าไม่มีใบเบิกทาง

 

     
  <<<<< ซ้าย ทางเข้าทุ่งกระทิง มีป้ายเขียนบอกไว้บนต้นไม้ใหญ่

 

>>>>>  ขวา ปลงเจ็ดยอด  หายากมาก บังเอิญได้พบจึงถ่ายรูปมาให้ดู   ปกติเราจะพบแต่ปลงยอดเดียว

 
     
  <<<<< ดอกไม้สีขาว ออกดอกสะพรั่งริมทาง

 

>>>>>  ทุ่งหญ้าที่ถูกไฟไหม้ ต่อไปทุ่งนี้เมื่อฝนตกจะเขียวขจีแตกยอดใบอ่อนเป็นอาหารสัตว์ต่อไป

 
     
  <<<<< ซ้าย ดอกไม่ป่า บริเวณลำห้วยเซวาโว่

 

>>>>>  ขวา ทุ่งหญ้าที่ไฟป่ายังไหม่ไม่ถึง จะรก เป็นที่หากินของกระทิงฝูงใหญ่